Retail Hub กลับหน้าแรก

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

ฉบับที่ 1.0 · มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569

บริษัท รีเทล ฮับ จำกัด (Retail Hub Co., Ltd.) ("ผู้ให้บริการ") เป็นผู้พัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์ม RetailHub ซึ่งเป็นระบบจัดการร้านแว่นหลายร้านบนระบบคลาวด์ รวมถึงระบบขายหน้าร้าน สินค้าคงคลัง ลูกค้า นัดหมาย และใบกำกับภาษี

นโยบายฉบับนี้ ("นโยบาย") แจ้งให้ท่าน ("ท่าน") ทราบถึงวิธีที่ผู้ให้บริการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ตามมาตรา 23 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

นโยบายนี้เป็นการแจ้งเพื่อทราบ ไม่ใช่การขอความยินยอม ในกรณีที่ผู้ให้บริการต้องอาศัยความยินยอม ผู้ให้บริการจะขอแยกต่างหากจากนโยบายนี้และจากเงื่อนไขการใช้บริการ และท่านไม่จำเป็นต้องให้ความยินยอมเพื่อใช้บริการในส่วนที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมนั้น

นโยบายนี้ใช้กับเว็บไซต์ แอป RetailHub POS สำหรับ iPad และโดเมน retailhub.cloud รวมถึงโดเมนย่อยของร้าน

1. คำนิยาม

กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมายลำดับรอง และแนวทางปฏิบัติที่ออกตามกฎหมายนั้น

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ข้อมูลของนิติบุคคล ข้อมูลติดต่อธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล ข้อมูลนิรนาม และข้อมูลที่ผ่านวิธีทางเทคนิคแล้วไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีก

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ และข้อมูลชีวภาพ บน RetailHub รวมถึงค่าสายตา ผลการวัดสายตา และข้อมูลสุขภาพดวงตาที่ร้านบันทึกไว้ในระบบ

ประมวลผล หมายถึงการเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ จัดเก็บ แก้ไข ใช้ เปิดเผย โอน ลบ ทำลาย หรือจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะด้วยวิธีอัตโนมัติหรือไม่

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลช่วง หมายถึงผู้ให้บริการภายนอกที่ผู้ให้บริการว่าจ้างให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน ตามข้อ 7.2

ร้าน หมายถึงลูกค้าที่สมัครใช้ RetailHub แต่ละร้านมีฐานข้อมูลแยกจากร้านอื่น

บริการ หมายถึงเว็บไซต์ RetailHub แอป RetailHub POS และฟังก์ชันที่ผู้ให้บริการจัดให้ผ่านช่องทางเหล่านี้

คุกกี้ หมายถึงไฟล์ขนาดเล็กที่เบราว์เซอร์เก็บไว้บนอุปกรณ์ของท่าน เพื่อให้เว็บไซต์จำเซสชันหรือการตั้งค่าของท่านได้

2. บทบาทของผู้ให้บริการ

RetailHub แยกฐานข้อมูลของแต่ละร้านออกจากกัน ข้อมูลพนักงานและลูกค้าของร้านหนึ่งไม่ถูกนำไปใช้ร่วมกับร้านอื่น

  1. ข้อมูลบัญชี การเรียกเก็บเงิน และการติดต่อผู้ให้บริการ เช่น บัญชีผู้ดูแลระบบ ข้อมูลร้าน ข้อมูลการชำระค่าบริการ บันทึกการใช้งาน ผู้สมัครงาน และผู้เข้าชมเว็บไซต์ ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ข้อมูลที่ร้านนำเข้าหรือเก็บผ่านระบบ เช่น ลูกค้าของร้าน รายการขาย นัดหมาย ค่าสายตา สมาชิก ใบกำกับภาษี ข้อมูลที่ลูกค้าลงทะเบียนผ่าน LINE และข้อมูลพอร์ทัลสั่งซื้อระหว่างธุรกิจ ร้านเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และประมวลผลตามคำสั่งของร้านและตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในเงื่อนไขการใช้บริการเท่านั้น

ร้านมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์การประมวลผลต่อลูกค้าของตน และได้รับความยินยอมหรือมีฐานทางกฎหมายอื่นก่อนเก็บข้อมูล รวมถึงข้อมูลอ่อนไหว เช่น ค่าสายตา หากท่านเป็นลูกค้าของร้าน โปรดดูประกาศความเป็นส่วนตัวของร้านนั้นประกอบด้วย

3. ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 ร้านและผู้ใช้งานของร้าน

บุคคลที่สมัครใช้บริการ ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สร้างบัญชีผู้ใช้ พนักงานขาย และผู้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อรับบริการ สนับสนุน หรือแจ้งปัญหา

3.2 ลูกค้าของร้าน

บุคคลที่ร้านบันทึกไว้ในระบบ รวมถึงผู้ที่จองนัดหมายผ่านหน้านัดหมายสาธารณะ หรือลงทะเบียนสมาชิกผ่าน LINE ของร้าน

3.3 ผู้ใช้พอร์ทัลสั่งซื้อระหว่างธุรกิจ

บุคคลที่ร้านเปิดให้เข้าถึงพอร์ทัลสั่งซื้อ เมื่อร้านเปิดใช้ฟังก์ชันนั้น

3.4 คู่ค้าและผู้ประสานงาน

บุคคลธรรมดาที่เป็นตัวแทน ผู้มีอำนาจ หรือผู้ติดต่อของนิติบุคคลที่ทำธุรกิจกับผู้ให้บริการ รวมถึงบุคคลที่ข้อมูลปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้อง

3.5 บุคลากรและผู้สมัครงาน

ผู้ที่ยื่นใบสมัครงาน สมัครฝึกงาน หรือทำงานให้ผู้ให้บริการ รวมถึงบุคคลที่ข้อมูลปรากฏในเอกสารสมัคร เช่น ผู้ติดต่อฉุกเฉินและผู้อ้างอิง

3.6 ผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอป

ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ หน้าจองนัดหมาย หรือแอป โดยที่ยังไม่ได้สร้างบัญชี

3.7 ผู้เยาว์

ร้านแว่นอาจให้บริการแก่ผู้เยาว์ ร้านในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในกรณีที่มาตรา 20 แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ผู้ให้บริการไม่เก็บข้อมูลของผู้เยาว์เพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง

4. ข้อมูลที่เก็บรวบรวมและแหล่งที่มา

ผู้ให้บริการเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ โดยทั่วไปได้แก่

ประเภท ตัวอย่างข้อมูล แหล่งที่มา
บัญชีและร้าน ชื่อ ชื่อผู้ติดต่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รหัสร้าน ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ในใบเสร็จ บทบาทของผู้ใช้ และรหัสผ่านซึ่งจัดเก็บในรูปแบบเข้ารหัสทางเดียว ร้านและผู้ใช้งาน
การเรียกเก็บค่าบริการ ชื่อผู้ชำระ ที่อยู่ในใบแจ้งหนี้ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ประวัติการชำระ และหลักฐานการชำระหรือการหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้าน
ลูกค้าของร้าน ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ วันเกิด ประวัติการซื้อ ข้อมูลสมาชิก และข้อมูลในใบกำกับภาษีซึ่งอาจรวมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อ ร้าน หรือลูกค้ากรอกเองผ่านหน้าของร้าน
บัญชี LINE ของลูกค้า รหัสผู้ใช้ LINE ที่เชื่อมกับบัญชี LINE Official Account ของร้าน และประวัติข้อความแจ้งเตือน ลูกค้าผ่าน LINE ของร้าน
สุขภาพสายตา ค่าสายตา ผลการวัดสายตา และข้อมูลสุขภาพดวงตาที่ร้านบันทึกในระบบ ร้าน
นัดหมาย ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ วันเวลา และรายละเอียดนัดที่ผู้จองหรือร้านกรอก ผู้จองหรือร้าน
พอร์ทัลสั่งซื้อระหว่างธุรกิจ ชื่อ ชื่อบริษัท อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง และประวัติคำสั่งซื้อ ร้านหรือผู้ใช้พอร์ทัล
คู่ค้าและผู้ประสานงาน ชื่อ ตำแหน่ง ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลที่ปรากฏในสัญญาหรือเอกสารการค้า คู่ค้า
การใช้งานระบบ ที่อยู่ไอพี ชนิดเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ ข้อมูลอุปกรณ์ หน้าที่เข้าชม และบันทึกเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบ การแก้ไขปัญหา และความมั่นคง สร้างขึ้นอัตโนมัติเมื่อใช้บริการ
การติดต่อและการสนับสนุน เนื้อหาอีเมล ข้อความ และไฟล์ที่ท่านส่งถึงผู้ให้บริการ ท่าน
บุคลากรและผู้สมัคร ข้อมูลในใบสมัคร เอกสารประวัติ สำเนาเอกสารแสดงตน และข้อมูลติดต่อที่จำเป็นต่อการจัดจ้างและการทำสัญญา ผู้สมัคร หรือผู้อ้างอิงที่ผู้สมัครให้ไว้

ผู้ให้บริการไม่เก็บข้อมูลชีวมิติ ผู้ให้บริการไม่เก็บเลขประจำตัวประชาชนเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง เว้นแต่จำเป็นต่อการออกใบกำกับภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือการจัดจ้าง ผู้ให้บริการไม่เห็นรหัสผ่านของท่านในรูปแบบที่อ่านได้ และจะไม่ขอรหัสผ่านทางอีเมลหรือโทรศัพท์

แอป RetailHub POS เก็บที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ ข้อมูลเซสชัน และข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิมพ์ใบเสร็จไว้บนอุปกรณ์ การพิมพ์ใบเสร็จส่งจากแอปหรือโปรแกรมพิมพ์ในร้านไปยังเครื่องพิมพ์ในร้านโดยตรง ไม่ได้ส่งภาพใบเสร็จไปยังผู้ให้บริการเพิ่มเติมจากข้อมูลที่อยู่ในระบบแล้ว

5. วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย และผลของการไม่ให้ข้อมูล

ผู้ให้บริการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ ข้อมูล ฐานทางกฎหมาย
สมัคร เปิดใช้ ดูแล และบริหารบัญชีของร้าน บัญชีและร้าน สัญญา หรือขั้นตอนก่อนเข้าทำสัญญา
เรียกเก็บค่าบริการ ออกใบกำกับภาษี และจัดทำบัญชี การเรียกเก็บค่าบริการ สัญญา และหน้าที่ตามกฎหมายภาษีอากรและการบัญชี
ให้การสนับสนุนและแก้ไขปัญหาที่ร้านแจ้ง บัญชีและร้าน การติดต่อ การใช้งานระบบ สัญญา
รักษาความมั่นคงของระบบ ตรวจจับการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต และป้องกันการฉ้อโกง การใช้งานระบบ ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ปรับปรุงบริการโดยใช้สถิติการใช้งานที่รวมกลุ่มแล้ว การใช้งานระบบ ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
แจ้งข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบริการ การบำรุงรักษา และความปลอดภัย บัญชีและร้าน สัญญา
ส่งข่าวสารหรือข้อเสนอทางการตลาดของผู้ให้บริการ ชื่อและอีเมล ความยินยอม
ติดต่อคู่ค้าและบริหารสัญญากับคู่ค้า คู่ค้าและผู้ประสานงาน สัญญา หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
พิจารณาใบสมัครงานและจัดจ้าง บุคลากรและผู้สมัคร ขั้นตอนก่อนเข้าทำสัญญา และหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน
ปฏิบัติตามกฎหมาย หมายศาล หรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ตามที่ถูกร้องขอ หน้าที่ตามกฎหมาย
ก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามที่จำเป็น ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับข้อมูลที่ร้านนำเข้าตามข้อ 2 ข้อย่อย 2 ผู้ให้บริการประมวลผลตามคำสั่งของร้านเพื่อให้บริการทำงาน สำรองข้อมูล และรักษาความปลอดภัยเท่านั้น

หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถเปิดบัญชี ให้บริการ ออกใบกำกับภาษี หรือพิจารณาใบสมัครของท่านได้ การไม่ให้ความยินยอมเพื่อการตลาดไม่มีผลต่อการใช้บริการ

ผู้ให้บริการไม่ใช้การตัดสินใจโดยอัตโนมัติที่มีผลทางกฎหมายหรือผลกระทบสำคัญต่อท่าน

หากจะประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่แจ้งไว้ ผู้ให้บริการจะแจ้งท่านก่อน และขอความยินยอมเมื่อกฎหมายกำหนด

6. ข้อมูลสุขภาพสายตา

ค่าสายตา ผลการวัดสายตา และข้อมูลสุขภาพดวงตาที่ร้านบันทึกเพื่อตัดแว่น พิมพ์บนใบเสร็จ หรือจัดทำรายงาน เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

ร้านต้องมีฐานทางกฎหมายตามมาตรา 26 ก่อนบันทึกข้อมูลนี้ โดยทั่วไปคือความยินยอมโดยชัดแจ้งจากลูกค้า หรือจากผู้ใช้อำนาจปกครองในกรณีผู้เยาว์

ถ้าร้านไม่ได้บันทึกข้อมูลสุขภาพเข้ามา ผู้ให้บริการจะไม่ประมวลผลข้อมูลนั้น ฟังก์ชันที่ต้องใช้ค่านั้น เช่น การพิมพ์ค่าสายตาบนใบเสร็จ จะไม่มีข้อมูลให้แสดง

7. การใช้และการเปิดเผย

7.1 หลักทั่วไป

ผู้ให้บริการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น ผู้ให้บริการไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อโฆษณา และไม่นำข้อมูลของร้านหรือข้อมูลลูกค้าของร้าน รวมถึงข้อมูลสุขภาพสายตา ไปฝึกระบบปัญญาประดิษฐ์หรือใช้ทำการตลาด

7.2 ผู้ประมวลผลช่วงของผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการใช้ผู้ประมวลผลช่วงต่อไปนี้ ซึ่งผูกพันตามสัญญาที่กำหนดให้รักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล

ผู้ให้บริการ วัตถุประสงค์ ข้อมูล ที่ตั้งข้อมูล
Google Cloud (Google Asia Pacific Pte. Ltd.) โฮสต์ระบบ ฐานข้อมูล ไฟล์ และข้อมูลสำรอง ข้อมูลทั้งหมดในระบบ ภูมิภาค asia-southeast1 (สิงคโปร์)
Google Fonts (Google LLC) แสดงแบบอักษรบนหน้าเข้าสู่ระบบและหน้าลงทะเบียน ที่อยู่ไอพีและข้อมูลเบราว์เซอร์ของผู้เข้าชม ตามที่ Google กำหนด

ผู้ให้บริการจะแจ้งร้านทางอีเมลหรือในระบบอย่างน้อย 30 วันก่อนเพิ่มหรือเปลี่ยนผู้ประมวลผลช่วงที่เข้าถึงข้อมูลของร้าน ร้านมีสิทธิคัดค้านและเลิกสัญญาตามเงื่อนไขการใช้บริการ

7.3 บริการที่ร้านเชื่อมต่อด้วยบัญชีของร้านเอง

ระบบมีฟังก์ชันส่งข้อมูลไปยังผู้ให้บริการภายนอกเมื่อร้านตั้งค่าด้วยบัญชีของร้านเอง ได้แก่

บริการ ข้อมูลที่ส่ง
LINE Messaging API และ LINE LIFF (LY Corporation) ผ่าน LINE Official Account ของร้าน รหัสผู้ใช้ LINE และเนื้อหาข้อความแจ้งเตือนหรือข้อความประชาสัมพันธ์
ผู้ให้บริการ SMS ที่ร้านเลือก เบอร์โทรศัพท์ รหัส OTP และเนื้อหาข้อความ
เซิร์ฟเวอร์อีเมลที่ร้านตั้งค่า อีเมลผู้รับและเนื้อหาอีเมล
ช่องทางชำระเงินหรือบริการอื่นที่ร้านเชื่อมต่อ ตามที่บริการนั้นต้องใช้

ร้านเป็นผู้เลือกและทำสัญญากับผู้ให้บริการเหล่านี้โดยตรง ข้อมูลที่ส่งออกไปอยู่ภายใต้นโยบายของผู้ให้บริการนั้นและความรับผิดชอบของร้าน

7.4 ผู้รับข้อมูลอื่น

ผู้ให้บริการอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อ

  • บุคลากรและผู้รับจ้างของผู้ให้บริการ เฉพาะผู้ที่ต้องเข้าถึงข้อมูลนั้นเพื่อทำงาน และผูกพันตามหน้าที่รักษาความลับ
  • ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้สอบบัญชี และธนาคาร เมื่อจำเป็นต่อหน้าที่ตามกฎหมายหรือการรับชำระเงิน
  • หน่วยงานรัฐ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ เมื่อได้รับคำสั่งหรือหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ให้บริการจะตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ เปิดเผยเท่าที่จำเป็น และแจ้งร้านที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายไม่ห้าม
  • ผู้รับโอนกิจการ ในกรณีควบรวม ขาย หรือโอนกิจการ โดยผู้รับโอนต้องคุ้มครองข้อมูลตามนโยบายนี้ และผู้ให้บริการจะแจ้งท่านก่อนการโอน

7.5 การเข้าถึงข้อมูลของร้านโดยบุคลากรของผู้ให้บริการ

บุคลากรของผู้ให้บริการจะเข้าถึงฐานข้อมูลของร้านเฉพาะเมื่อร้านร้องขอเพื่อการสนับสนุน เมื่อจำเป็นต่อการแก้ไขเหตุขัดข้องหรือเหตุด้านความปลอดภัย หรือเมื่อกฎหมายบังคับ การเข้าถึงดังกล่าวจำกัดเท่าที่จำเป็นต่อเรื่องนั้น

8. การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

ระบบ ฐานข้อมูล และข้อมูลสำรองของบริการจัดเก็บบน Google Cloud ภูมิภาคสิงคโปร์ ประเทศปลายทางอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างจากประเทศไทย

ผู้ให้บริการส่งข้อมูลไปต่างประเทศตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาศัยข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลของ Google Cloud ซึ่งกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และจำกัดผู้ที่เข้าถึงข้อมูล หากส่งไม่ได้โดยอาศัยเกณฑ์เหล่านี้ ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมก่อน เว้นแต่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

9. ระยะเวลาในการเก็บรักษา

ข้อมูล ระยะเวลา
ข้อมูลบัญชีของร้าน ตลอดที่บัญชียังใช้งาน และ 90 วันหลังสัญญาสิ้นสุด
ข้อมูลที่ร้านนำเข้า ตามคำสั่งของร้านระหว่างสัญญา และหลังสัญญาสิ้นสุดตามข้อ 8.3 ของเงื่อนไขการใช้บริการ
ข้อมูลสำรอง สำรองวันละครั้ง เก็บฉบับรายวัน 7 ฉบับและฉบับรายสัปดาห์ 4 ฉบับ ข้อมูลที่ถูกลบจะหมดจากข้อมูลสำรองภายในประมาณ 35 วัน
บันทึกการใช้งานระบบและความมั่นคง ไม่เกิน 1 ปี เว้นแต่ต้องใช้ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหรือข้อพิพาท
เอกสารการเรียกเก็บค่าบริการและเอกสารภาษีของผู้ให้บริการ ไม่น้อยกว่า 5 ปีตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายว่าด้วยการบัญชี หรือนานกว่านั้นหากเจ้าพนักงานสั่งให้เก็บ
ข้อมูลคู่ค้า ตลอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และ 10 ปีหลังสิ้นสุด ตามอายุความทางสัญญา
ผู้สมัครงานที่ไม่ได้รับการจ้าง 1 ปีนับจากวันที่แจ้งผล
ข้อมูลที่ใช้ตามความยินยอม จนกว่าท่านจะถอนความยินยอม

เอกสารภาษีที่ร้านออกให้ลูกค้าของร้านเป็นหน้าที่ของร้านที่ต้องเก็บตามกฎหมาย ร้านควรส่งออกเอกสารเหล่านั้นก่อนสัญญาสิ้นสุด

เมื่อครบกำหนด ผู้ให้บริการจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นระบุตัวบุคคลไม่ได้ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตให้เก็บต่อไปเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของข้อมูลนั้น

  1. ถอนความยินยอม ในส่วนที่อาศัยความยินยอม ได้ทุกเมื่อ โดยง่ายเท่ากับการให้ความยินยอม การถอนไม่กระทบกับการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอน
  2. เข้าถึงและขอรับสำเนา ของข้อมูลส่วนบุคคล และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
  3. โอนย้ายข้อมูล ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ทั่วไป และขอให้ส่งต่อผู้ควบคุมรายอื่น เมื่อทางเทคนิคทำได้
  4. คัดค้าน การประมวลผลที่อาศัยประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลเพื่อการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
  5. ลบหรือทำลาย ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลระบุตัวบุคคลไม่ได้ เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดให้เก็บต่อไป
  6. ระงับการใช้ ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราวในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  7. แก้ไขให้ถูกต้อง ขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  8. ร้องเรียน ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าผู้ให้บริการฝ่าฝืนกฎหมาย

วิธียื่นคำขอ ส่งอีเมลถึงช่องทางในข้อ 14 โดยระบุชื่อ ช่องทางติดต่อ สิทธิที่ต้องการใช้ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการ ผู้ให้บริการจะดำเนินการหรือแจ้งเหตุผลที่ปฏิเสธภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอที่ครบถ้วน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่คำขอนั้นซ้ำซ้อนหรือเกินสมควรอย่างชัดแจ้ง

ข้อมูลลูกค้าของร้าน โปรดใช้สิทธิต่อร้านโดยตรง หากผู้ให้บริการได้รับคำขอเกี่ยวกับข้อมูลที่ร้านเป็นผู้ควบคุม ผู้ให้บริการจะส่งต่อคำขอนั้นให้ร้านโดยไม่ชักช้า และช่วยร้านดำเนินการตามคำสั่งของร้าน

ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธคำขอเมื่อกฎหมายอนุญาต เช่น เมื่อต้องเก็บเอกสารไว้ตามกฎหมาย เมื่อการลบจะทำให้ใช้สิทธิเรียกร้องไม่ได้ หรือเมื่อการดำเนินการตามคำขอจะกระทบสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

11. คุกกี้และข้อมูลทางเทคนิค

เว็บไซต์ใช้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบ ได้แก่

คุกกี้ วัตถุประสงค์ อายุ
session_id รักษาเซสชันการเข้าสู่ระบบ ไม่เกิน 90 วัน หรือจนกว่าจะออกจากระบบ
frontend_lang จำภาษาที่เลือก ไม่เกิน 1 ปี
tz จำเขตเวลาของเบราว์เซอร์ ตลอดเซสชัน
cids จำสาขาหรือบริษัทที่เลือกในระบบ ไม่เกิน 1 ปี

ผู้ให้บริการไม่ใช้คุกกี้โฆษณา ไม่ใช้คุกกี้ติดตามข้ามเว็บไซต์ และไม่ส่งข้อมูลการใช้งานไปยังผู้ให้บริการวิเคราะห์หรือโฆษณาภายนอก

เว็บไซต์เก็บที่อยู่ไอพี ชนิดเบราว์เซอร์ หน้าที่เข้าชม และบันทึกการเข้าสู่ระบบ เพื่อความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาตามข้อ 5 หน้าเข้าสู่ระบบและหน้าลงทะเบียนโหลดแบบอักษรจาก Google Fonts ซึ่งทำให้ Google ได้รับที่อยู่ไอพีของผู้เข้าชม

แอป RetailHub POS และโปรแกรมพิมพ์ในร้านเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์เพื่อให้เข้าสู่ระบบและพิมพ์ใบเสร็จได้ ข้อมูลนั้นไม่ได้ถูกส่งไปยังผู้ให้บริการเพิ่มเติมจากข้อมูลที่อยู่ในระบบแล้ว

12. เว็บไซต์และบริการของบุคคลอื่น

เว็บไซต์และแอปอาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลอื่น รวมถึงบริการที่ร้านเชื่อมต่อตามข้อ 7.3 ผู้ให้บริการไม่ได้ควบคุมเว็บไซต์หรือบริการเหล่านั้น และไม่รับผิดชอบต่อนโยบายหรือการเก็บข้อมูลของบุคคลนั้น

ก่อนส่งข้อมูลไปยังบริการของบุคคลอื่น โปรดอ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริการนั้น

13. ความมั่นคงของข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ให้บริการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งด้านองค์กร เทคนิค และกายภาพ ตามมาตรา 37 แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  • แยกฐานข้อมูลของแต่ละร้านออกจากกัน
  • เข้ารหัสข้อมูลระหว่างส่งผ่านเครือข่ายด้วย TLS และเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บบน Google Cloud รวมถึงข้อมูลสำรอง
  • เก็บรหัสผ่านในรูปแบบเข้ารหัสทางเดียว
  • จำกัดสิทธิเข้าถึงระบบและข้อมูลสำรองเฉพาะบุคลากรที่จำเป็น และกำหนดสิทธิผู้ใช้ตามบทบาทภายในร้าน
  • สำรองข้อมูลวันละครั้งภายในภูมิภาคเดียวกัน
  • กำหนดหน้าที่รักษาความลับให้บุคลากรและผู้รับจ้าง
  • ทบทวนมาตรการเมื่อเทคโนโลยีหรือความเสี่ยงเปลี่ยน
  • ลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษาตามข้อ 9

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

  • สำหรับข้อมูลที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุม ผู้ให้บริการจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และจะแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้า หากมีความเสี่ยงสูง
  • สำหรับข้อมูลที่ร้านเป็นผู้ควบคุม ผู้ให้บริการจะแจ้งร้านโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 48 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ พร้อมข้อมูลเท่าที่มีเพื่อให้ร้านแจ้งสำนักงานฯ และเจ้าของข้อมูลได้ตามหน้าที่ของร้าน

14. ช่องทางติดต่อ

หากต้องการใช้สิทธิ หรือมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายนี้ ติดต่อผู้ให้บริการตามช่องทางด้านล่าง

รายการ รายละเอียด
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท รีเทล ฮับ จำกัด
อีเมล contact@retailhub.cloud
ที่อยู่ 33/9 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230

ผู้ให้บริการยังไม่ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากผู้ให้บริการแต่งตั้งในภายหลัง จะระบุช่องทางติดต่อไว้ในข้อนี้

15. การแก้ไขนโยบาย

ผู้ให้บริการอาจแก้ไขนโยบายนี้เมื่อกฎหมายหรือการให้บริการเปลี่ยนไป และจะระบุฉบับและวันที่มีผลไว้ที่ต้นนโยบาย

หากการแก้ไขเป็นสาระสำคัญ เช่น เพิ่มวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล หรือผู้รับข้อมูล ผู้ให้บริการจะแจ้งทางอีเมลหรือในระบบอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่มีผล หากการแก้ไขต้องอาศัยความยินยอม ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมใหม่ก่อนดำเนินการ

ผู้ให้บริการเก็บนโยบายฉบับก่อนหน้าไว้ และจะให้ท่านเมื่อร้องขอ

นโยบายฉบับนี้ทบทวนล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

Copyright © 2026 Retail Hub Co., Ltd. All rights reserved.

เงื่อนไขการใช้บริการ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หน้าแรก